Wednesday, July 26th, 2017

ความกล้าพาก้าวข้ามผ่านอุปสรรค “รัถเดช น้อยเจริญ”

Published on January 14, 2015 by   ·   No Comments

1

“ความล้มเหลวที่น่ากลัวที่สุด คือ การกลัวที่จะเริ่มต้นเสียตั้งแต่แรก” คำกล่าวนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการบอกเล่าเรื่องราวของ “ท๊อป” รัถเดช น้อยเจริญ นักตะกร้อหนุ่มจากจังหวัดราชบุรี ที่สามารถก้าวข้ามคำดูถูกในวันที่เดินเข้าสู่วงการตะกร้อ จนกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้

“ท๊อป” มีจุดเริ่มต้นสู่วงการตะกร้อกับโรงเรียนกีฬาจ. สุพรรณบุรี ในตำแหน่ง “หน้าขวาชง” ด้วยความที่ทางบ้านฐานะยากจน โรงเรียนกีฬาจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่กว่าเด็กในวัยเดียวกัน เจ้าตัวก็โดนดูถูกว่า คงเอาดีกับตะกร้อไม่ได้ ให้หันไปเล่นวอลเลย์บอลน่าจะดีกว่า …

“แถวบ้านมีชมรมตะกร้อ จึงทำให้เลือกที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้ จนได้มาสอบเข้าที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยความสูง 167 ซม. อาจารย์ที่ดูแลกีฬาตะกร้อแนะนำให้ไปเล่นวอลเลย์บอลน่าจะรุ่งกว่า ตอนแรกก็รู้สึกเสียใจ แต่ตั้งใจไว้แล้วยังไงก็จะเล่นตะกร้อให้ได้”

และโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีนี่เองที่ทำให้ชื่อของ “ท๊อป” รัถเดช เป็นที่รู้จักมากขึ้น … ด้วยความสูงที่เพิ่มขึ้นกว่า 20 เซนติเมตร บวกกับการฝึกซ้อมที่เข้มข้น เจ้าท๊อป ก็สามารถแจ้งเกิดด้วยการคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 38 ในปี 2552 และนั่นก็เป็นใบเบิกทางให้ท๊อปก้าวสู่วงการตะกร้ออาชีพได้สำเร็จ แต่เส้นทางก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดเมื่อการประเดิมลีกอาชีพของท๊อปเริ่มต้นด้วยคำว่าล้มเหลว ด้วยสถิติแพ้ทุกครั้งที่ลงสนาม

“ช่วงม. 6 ไปแข่งกีฬาแห่งชาติที่จ. ตรัง ลงเล่นทุกนัดจนสามารถคว้าเหรียญทองแดง ได้เจอรุ่นพี่ทีมชาติ ก็สามารถเอาชนะได้ ทำให้ผลงานไปเตะตาทีมงานจนได้มาร่วมทีมจังหวัดแพร่”

“แพ้ทุกครั้งที่ลงสนาม.. เหมือนเราเป็นเด็กที่ไม่เคยมาแข่งขันในระดับนี้มาก่อน ถึงจะได้คู่หน้าเก่งๆอย่าง พี่ต้น สมพร ใจสิงหล และ พี่เอ๋ เทอดศักดิ์ ปีแหล่ ก็แพ้ตลอด หลังจากนั้นก็กลับมาปรับเปลี่ยนวิธีการเล่น และเดินสายไปแข่งตามที่ต่างๆเพื่อเพิ่มประสบการณ์จนทำให้กลับมาชนะได้บ้าง”

Topstory1

เส้นทางของ รัถเดช เหมือนกำลังจะไปได้สวยแต่หลังจากจบการแข่งขันตะกร้อลีก ชีวิตก็มาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อท๊อปสอบติดนักเรียนนายสิบ และ 1 ปีเต็มกับการฝึก การเปลี่ยนจากรองเท้าผ้าใบมาเป็นรองเท้าคอมแบ็ต ก็ทำให้ท๊อปไม่ได้สัมผัสกับลูกตะกร้ออีกเลย

“หลังจบตะกร้อลีก “พี่โต้ง สมพร แสนยบุตร ให้ไปสอบนักเรียนนายสิบ และผมก็สอบติดและทำใจเอาไว้แล้วว่าคงไม่ได้กลับมาเล่นตะกร้ออีกแน่ๆ เพราะเริ่มทำงานแล้วการขอตัวออกไปแข่งก็ค่อนข้างลำบาก”

แต่เหมือนฟ้าจะลิขิตให้ “ท๊อป” รัถเดช เดินบนเส้นทางสายตะกร้อเอาไว้ หลังจากที่ฝึกจบ เจ้าตัวก็ได้มีโอกาสเข้าแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก และเป็นจุดที่ทำให้อาจารย์กมล ตันกิมหงษ์ หัวหน้าใหญ่ของทีมตะกร้อไทยได้เรียก “ท๊อป” เข้าสู่แคมป์ทีมชาติไทย

“ใส่แต่รองเท้าคอมแบ็ตวิ่งทุกวัน พอต้องกลับมาเล่นตะกร้อก็ค่อนข้างยาก จะแปตะกร้อก็ลำบากเพราะยังจับจังหวะไม่ได้ และต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปีกว่าจะกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมอีกครั้ง”

Topstory3
และเมื่อ “ท๊อป” ได้กลับมาอยู่กีฬาที่รักอีกครั้ง เจ้าตัวก็เลือกที่จะมารับใช้สโมสรบ้านเกิดอย่าง “ราชบุรี” และที่นี่เองที่ทำให้เจ้าตัวตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าอยากจะเป็นนักกีฬาที่รับใช้สโมสรเพียงแห่งเดียวตลอดการเป็นนักกีฬาอาชีพหลังจากนี้ไป

“อยากจะเป็นเหมือนเจอร์ราดที่อยู่ลิเวอร์พูล หรือไรอัน กิ๊กส์ที่อยู่แมนฯยู เอาแบบที่นึกถึงชื่อแล้วก็รู้เลยว่าเป็นสัญลักษณ์ของสโมสร ที่ผ่านมาได้คุยกับประธานสโมสร (คุณอวยชัย ศรีสุวรรณ) ทำให้มั่นใจว่ายังไงกีฬาตะกร้อสามารถเลี้ยงชีพได้ เพราะประธานสโมสรได้บอกถึงแผนอนาคตแล้วว่าสโมสรมีทิศทางในการสร้างการกีฬาให้เป็นอาชีพที่แท้จริง ซึ่งสมมุติไม่มีตะกร้อลีกแข่ง เราก็ยังมีอาชีพอื่นๆในสโมสรให้ทำ รวมไปถึงการแข่งขันรายการอื่นๆที่มีอยู่”

Topstory4
และนี่คือเรื่องราวของ “ท๊อป” รัถเดช น้อยเจริญ ที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายตะกร้อ สิ่งหนึ่งที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจอมเสิร์ฟซ้ายจากเมืองโอ่งมังกรรายนี้จะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญของทีมตะกร้อไทยในอีกไม่ช้านี้ คือ ความมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่รัก และก้าวข้ามผ่านอุปสรรคทุกอย่าง จนกลายมาเป็น “ท๊อป” รัถเดช น้อยเจริญ ที่เรารู้จักกันในตอนนี้ .

5 q

1 . ถ้าไม่ได้เล่นตะกร้อ เส้นทางชีวิตจะเป็นแบบไหน?
– ก็คงช่วยพ่อทำงานครับ พ่อเปิดร้านทำป้าย

second . สิ่งที่ต้องทำทุกครั้งก่อนลงสนาม?
– เปลี่ยนรองเท้าแข่งทุกครั้งครับ ต้องใส่คู่ใหม่ทุกครั้งที่แข่ง เพราะรองเท้าใหม่ประสิทธิภาพยังดี ทำให้เล่นได้อย่างมั่นใจครับ

several. เรื่องสุดแปลกที่เกิดขึ้นระหว่างแข่ง
– ตอนนั้นแข่งอยู่ที่กาฬสินธุ์ มีกองเชียร์เมาเหล้าแล้วปาน้ำแข็งลงสนามครับ ก็งงๆและก็ฮา แต่ในใจก็กลัว ซึ่งสุดท้ายเรื่องราวก็จบลงด้วยดี

4. รัถเดช น้อยเจริญ ในวัย 50 ปี?
– คงเป็นโค้ชสอนตะกร้อเด็กๆ ที่จังหวัดราชบุรี และแต่งงานอย่างมีความสุขกับแฟนคนปัจจุบันครับ :)

5. สิ่งที่ “รัถเดช น้อยเจริญ” อยากจะบอกกับทุกคนที่อ่านจนถึงตรงนี้ …
— ถ้าคิดอยากจะเล่นตะกร้อก็ขอให้เล่นให้ถึงที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็เล่นต่อไปเรื่อยๆ เล่นตะกร้อให้มีความสุข ถือว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบให้นานที่สุดครับ.

บทความโดย
“โบ๊ตเด็กเซปัก”
ศิรกานต์ ผาเจริญ

Recommended article: Chomsky: We Are All – Fill in the Empty .
This entry passed through the Full-Text RSS service — if this is your content and occur to be reading it on someone else’s site, please read the FAQ at fivefilters. org/content-only/faq. php#publishers.

888011000110888

1

“ความล้มเหลวที่น่ากลัวที่สุด คือ การกลัวที่จะเริ่มต้นเสียตั้งแต่แรก” คำกล่าวนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการบอกเล่าเรื่องราวของ “ท๊อป” รัถเดช น้อยเจริญ นักตะกร้อหนุ่มจากจังหวัดราชบุรี ที่สามารถก้าวข้ามคำดูถูกในวันที่เดินเข้าสู่วงการตะกร้อ จนกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้

“ท๊อป” มีจุดเริ่มต้นสู่วงการตะกร้อกับโรงเรียนกีฬาจ. สุพรรณบุรี ในตำแหน่ง “หน้าขวาชง” ด้วยความที่ทางบ้านฐานะยากจน โรงเรียนกีฬาจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่กว่าเด็กในวัยเดียวกัน เจ้าตัวก็โดนดูถูกว่า คงเอาดีกับตะกร้อไม่ได้ ให้หันไปเล่นวอลเลย์บอลน่าจะดีกว่า …

“แถวบ้านมีชมรมตะกร้อ จึงทำให้เลือกที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้ จนได้มาสอบเข้าที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยความสูง 167 ซม. อาจารย์ที่ดูแลกีฬาตะกร้อแนะนำให้ไปเล่นวอลเลย์บอลน่าจะรุ่งกว่า ตอนแรกก็รู้สึกเสียใจ แต่ตั้งใจไว้แล้วยังไงก็จะเล่นตะกร้อให้ได้”

และโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีนี่เองที่ทำให้ชื่อของ “ท๊อป” รัถเดช เป็นที่รู้จักมากขึ้น … ด้วยความสูงที่เพิ่มขึ้นกว่า 20 เซนติเมตร บวกกับการฝึกซ้อมที่เข้มข้น เจ้าท๊อป ก็สามารถแจ้งเกิดด้วยการคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 38 ในปี 2552 และนั่นก็เป็นใบเบิกทางให้ท๊อปก้าวสู่วงการตะกร้ออาชีพได้สำเร็จ แต่เส้นทางก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดเมื่อการประเดิมลีกอาชีพของท๊อปเริ่มต้นด้วยคำว่าล้มเหลว ด้วยสถิติแพ้ทุกครั้งที่ลงสนาม

“ช่วงม. 6 ไปแข่งกีฬาแห่งชาติที่จ. ตรัง ลงเล่นทุกนัดจนสามารถคว้าเหรียญทองแดง ได้เจอรุ่นพี่ทีมชาติ ก็สามารถเอาชนะได้ ทำให้ผลงานไปเตะตาทีมงานจนได้มาร่วมทีมจังหวัดแพร่”

“แพ้ทุกครั้งที่ลงสนาม.. เหมือนเราเป็นเด็กที่ไม่เคยมาแข่งขันในระดับนี้มาก่อน ถึงจะได้คู่หน้าเก่งๆอย่าง พี่ต้น สมพร ใจสิงหล และ พี่เอ๋ เทอดศักดิ์ ปีแหล่ ก็แพ้ตลอด หลังจากนั้นก็กลับมาปรับเปลี่ยนวิธีการเล่น และเดินสายไปแข่งตามที่ต่างๆเพื่อเพิ่มประสบการณ์จนทำให้กลับมาชนะได้บ้าง”

Topstory1

เส้นทางของ รัถเดช เหมือนกำลังจะไปได้สวยแต่หลังจากจบการแข่งขันตะกร้อลีก ชีวิตก็มาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อท๊อปสอบติดนักเรียนนายสิบ และ one ปีเต็มกับการฝึก การเปลี่ยนจากรองเท้าผ้าใบมาเป็นรองเท้าคอมแบ็ต ก็ทำให้ท๊อปไม่ได้สัมผัสกับลูกตะกร้ออีกเลย

“หลังจบตะกร้อลีก “พี่โต้ง สมพร แสนยบุตร ให้ไปสอบนักเรียนนายสิบ และผมก็สอบติดและทำใจเอาไว้แล้วว่าคงไม่ได้กลับมาเล่นตะกร้ออีกแน่ๆ เพราะเริ่มทำงานแล้วการขอตัวออกไปแข่งก็ค่อนข้างลำบาก”

แต่เหมือนฟ้าจะลิขิตให้ “ท๊อป” รัถเดช เดินบนเส้นทางสายตะกร้อเอาไว้ หลังจากที่ฝึกจบ เจ้าตัวก็ได้มีโอกาสเข้าแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก และเป็นจุดที่ทำให้อาจารย์กมล ตันกิมหงษ์ หัวหน้าใหญ่ของทีมตะกร้อไทยได้เรียก “ท๊อป” เข้าสู่แคมป์ทีมชาติไทย

“ใส่แต่รองเท้าคอมแบ็ตวิ่งทุกวัน พอต้องกลับมาเล่นตะกร้อก็ค่อนข้างยาก จะแปตะกร้อก็ลำบากเพราะยังจับจังหวะไม่ได้ และต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปีกว่าจะกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมอีกครั้ง”

Topstory3
และเมื่อ “ท๊อป” ได้กลับมาอยู่กีฬาที่รักอีกครั้ง เจ้าตัวก็เลือกที่จะมารับใช้สโมสรบ้านเกิดอย่าง “ราชบุรี” และที่นี่เองที่ทำให้เจ้าตัวตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าอยากจะเป็นนักกีฬาที่รับใช้สโมสรเพียงแห่งเดียวตลอดการเป็นนักกีฬาอาชีพหลังจากนี้ไป

“อยากจะเป็นเหมือนเจอร์ราดที่อยู่ลิเวอร์พูล หรือไรอัน กิ๊กส์ที่อยู่แมนฯยู เอาแบบที่นึกถึงชื่อแล้วก็รู้เลยว่าเป็นสัญลักษณ์ของสโมสร ที่ผ่านมาได้คุยกับประธานสโมสร (คุณอวยชัย ศรีสุวรรณ) ทำให้มั่นใจว่ายังไงกีฬาตะกร้อสามารถเลี้ยงชีพได้ เพราะประธานสโมสรได้บอกถึงแผนอนาคตแล้วว่าสโมสรมีทิศทางในการสร้างการกีฬาให้เป็นอาชีพที่แท้จริง ซึ่งสมมุติไม่มีตะกร้อลีกแข่ง เราก็ยังมีอาชีพอื่นๆในสโมสรให้ทำ รวมไปถึงการแข่งขันรายการอื่นๆที่มีอยู่”

Topstory4
และนี่คือเรื่องราวของ “ท๊อป” รัถเดช น้อยเจริญ ที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายตะกร้อ สิ่งหนึ่งที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจอมเสิร์ฟซ้ายจากเมืองโอ่งมังกรรายนี้จะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญของทีมตะกร้อไทยในอีกไม่ช้านี้ คือ ความมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่รัก และก้าวข้ามผ่านอุปสรรคทุกอย่าง จนกลายมาเป็น “ท๊อป” รัถเดช น้อยเจริญ ที่เรารู้จักกันในตอนนี้ …

5 q

1 . ถ้าไม่ได้เล่นตะกร้อ เส้นทางชีวิตจะเป็นแบบไหน?
– ก็คงช่วยพ่อทำงานครับ พ่อเปิดร้านทำป้าย

2 . สิ่งที่ต้องทำทุกครั้งก่อนลงสนาม?
– เปลี่ยนรองเท้าแข่งทุกครั้งครับ ต้องใส่คู่ใหม่ทุกครั้งที่แข่ง เพราะรองเท้าใหม่ประสิทธิภาพยังดี ทำให้เล่นได้อย่างมั่นใจครับ

3. เรื่องสุดแปลกที่เกิดขึ้นระหว่างแข่ง
– ตอนนั้นแข่งอยู่ที่กาฬสินธุ์ มีกองเชียร์เมาเหล้าแล้วปาน้ำแข็งลงสนามครับ ก็งงๆและก็ฮา แต่ในใจก็กลัว ซึ่งสุดท้ายเรื่องราวก็จบลงด้วยดี

4. รัถเดช น้อยเจริญ ในวัย 50 ปี?
– คงเป็นโค้ชสอนตะกร้อเด็กๆ ที่จังหวัดราชบุรี และแต่งงานอย่างมีความสุขกับแฟนคนปัจจุบันครับ :)

5. สิ่งที่ “รัถเดช น้อยเจริญ” อยากจะบอกกับทุกคนที่อ่านจนถึงตรงนี้ …
– ถ้าคิดอยากจะเล่นตะกร้อก็ขอให้เล่นให้ถึงที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็เล่นต่อไปเรื่อยๆ เล่นตะกร้อให้มีความสุข ถือว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบให้นานที่สุดครับ.

บทความโดย
“โบ๊ตเด็กเซปัก”
ศิรกานต์ ผาเจริญ

Recommended article: Chomsky: We Are All – Complete the Blank .
This entry passed through the Full-Text REALLY SIMPLY SYNDICATION service – if this is your content material and you’re reading it upon someone else’s site, please read the FAQ at fivefilters. org/content-only/faq. php#publishers.

Readers Comments (0)




All About Takraw

Takraw Thailand on Video Live During Season

Watch Thailand Takraw Live

When in season, you can watch takraw thailand live at takraw.dmiinter.com Use google translate to read what is on the page, but ... [+]

Recent Posts